Pages

3/07/2011

The Real Hustle

หลังจากเริ่มอ่านหนังสือ Social Engineering (โดย Chris Hadnagy) เพิ่งจบ Forward(คำนำ) เอง
แต่แค่นั้นมันเป็นการกระตุ้นอย่างดีเลย แต่พอมาเจอคำลงท้ายคำนำที่บอกว่า คนเขียนคำนำนี่ไม่ใช่เจ้าของหนังสือ ทำให้อยากรู้ประวัติของชายที่ชื่อ Paul Wilson นี้ขึ้นมา

R Paul Wilson, จาก http://en.wikipedia.org/wiki/R._Paul_Wilson บอกว่า เป็นชาวสก็อตแลนด์ ซึ่งตอนนี้ทำงานทั้งระหว่าง UK และ USA โดยเขาเริ่มตั้งแต่แปดขวบ จากหัดฝึกมือในการซ่อนสิ่งของและย้ายของต่างๆ เพื่อเป็นนักมายากล และผันมาเป็นที่ปรึกษาทาง IT มากว่าสิบสองปี แล้วก็ย้ายมาเป็นที่ปรึกษาให้กับคาสิโนในด้านความปลอดภัย และที่สำคัญ เขาผันตัวเองมาแสดงในโชว์ซีรี่ย์ที่ฉายบนช่อง BBC Three ของอังกฤษ ในชื่อโชว์ว่า "The Real Hustle" มากได้ 9 seasons แล้ว ตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งทำให้เรื่องต้มตุ๋นในซีรี่ย์นี้ค่อนข้างใหม่ และมีการแสดงให้เห็นถึงภัยอันตรายจาก cyber crime ด้วย


และยิ่งมีคำพูดที่พูดในทุกๆตอนของ The Real Hustle ว่า
"All the people in this show 
have been hustled for real 
and after being given their money back 
they agreed that the footage could be shown
so you can avoid being ripped off by the same scams"
แทบจะเรียกได้ว่า ทำให้ผู้ชมเห็นกันซึ่งๆหน้ากันเลยมากกว่า ว่านักต้มตุ๋นเขาตุ๋นคนอื่นจนเปื่อยได้ยังไง
คนทั่วไปเขาโดนหลอกได้ยังไง และเราจะป้องกันตัวเราเองได้ยังไง

ในโชว์นี้ TRH ไม่ได้มีแค่ Paul เป็นผู้แสดงคนเดียว แต่ในโชว์นี้จะมีคนแสดงทั้งหมดแค่ 3 คน ดังนี้
  1. Paul Wilson : The Scam Artist : ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในด้านการโกง เกมต้มตุ๋น และการใช้เทคนิคทางมายากล
  2. Jessica-Jane Clement : The Sexy Swidler : ดารา, นักแสดง และนางแบบ
  3. Alexis Conran : The Confidence Trickster : ดารา, นักพนัน และ นักมายากล
(picture from: BBC)
แล้วแต่ว่าแต่ละตอนนั้นจะเป็นการแสดงการต้มตุ้นแบบไหน อาจจะใช้แค่เพียงคนเดียว หรือว่าจะใช้การทำงานเป็นทีมก็ได้

ในโชว์นี้ แต่ละตอนจะแบ่งย่อยๆเป็นหลายๆส่วน  ที่เห็นหลักๆจะแบ่งเป็น
  • แสดงการต้มตุ๋นคน เพื่อให้ได้เงินมาเยอะๆ หรือของมีค่าชิ้นสำคัญๆ หนึ่งตอนของTRHจะมีแบบนี้ 3 ตอน
  • ช่วงล้วงกระเป๋า(pick pocket)  ตรงนี้จะเป็นการโชว์เทคนิคในการล้วงกระเป๋าหรือของมีค่าโดยเจ้าตัวไม่รู้
  • ช่วงท้าพนัน(proposition bet) ตอนนี้จะเป็นการใช้ทริคที่ใช้ในการท้าเพื่อนๆหรือคนในผับ เพื่อให้ได้ดื่มเหล้าฟรี
หลังจากนั่งดู TRH มาได้หลายตอน  เริ่มทำให้คิดอะไรได้ ว่าคนเราทำไมโดนหลอกง่ายกันขนาดนี้
นักต้มตุ๋นส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้อะไรไปมากกว่านี้  แค่ดึงความละโมภของเป้าหมายออกมา ใช้ความไม่รู้มาหลอกล่อ ใช้social engineeringมาทำให้เชื่อ แล้วก็เทคนิคทางมายากลนิดหน่อย ก็โดนหลอกเรียบร้อยแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น เกมปาลูกโป่งตามงานวัด (TRH: season1 episode3) ที่จะมีการให้ปาลูกโป่งให้ถุกสองลูกจากการใช้ลูกดอก3อัน ก็จะได้รางวัล  แต่ว่า...
ใช้ความละโมภของลูกค้า โดยเอาของรางวัลมาล่อให้ดูกันตรงหน้า ลูกค้าก็จะเข้ามาติดเบ็ด
ใช้ความไม่รู้เข้ามาหลอกล่อ โดยการใช้ความน่าจะเป็นและกฎทางphysicsเข้ามาช่วย โดยการคิดว่า ความน่าจะเป็น ที่ลูกดอก3อันจะถูกเป้าหมาย2อันต่อเนื่องกัน มันไม่ใช่ 2/3(66.66%) แต่หากว่าน้อยกว่านั้น เพราะเมื่อปาถูกลูกแรกแล้ว จะมีเรื่องแรงกดดันเข้ามาด้วยที่จะต้องปาให้ถูกอีกลูกด้วยลูกดอกที่เหลืออยู่ในมือ พอมีอารมณ์มาเกี่ยวด้วยความน่าจะเป็นมันก็เปลี่ยนได้
ตอนนี้การใช้คำพูด เป็นการใช้social engineeringแบบนึง ที่ไม่ว่าจะกระตุ้นให้ลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น หรือว่ากดดันลูกค้าให้ปาไม่ถูกยิ่งขึ้น
แต่ถึงคนๆนั้นจะเก่ง ปาแม่น แรงกดดันทำอะไรเขาไม่ได้ และอาจจะไม่ถูกคำพูดของเจ้าของร้านปั่นหัวได้  การใช้เทคนิคง่ายๆอย่างเช่น การใช้ลูกดอกทื่อๆ และการใช้ลูกโป่งที่เอาลมออกครึ่งนึง มันก็แตกยากอยู่แล้ว ทำให้เกมนี้ก็ยากที่ลูกค้าจะได้ของรางวัลอยู่แล้ว

แต่ละตอน แต่ละเทคนิค ก็คงจะมีอัตราส่วนอะไรเหล่านี้ต่างกัน
เช่นถ้าเป็นการล้วงกระเป๋า  ก็เน้นเทคนิคทางด้านมายากลมากๆ  อย่างอื่นน้อยๆ หรือแทบจะไม่มีเลย
หรือว่าถ้าเป็นการปลอมเป็นตำรวจ เพื่อที่จะให้ทำอะไรซักอย่าง  อันนี้ก็ใช้social engineeringมากกว่าอย่างอื่น และเทคนิคด้านอื่นๆก็อาจจะใช้น้อยลง

ปิดท้ายบล๊อคนี้ด้วยประโยคนี้ละกัน
อันนี้เป็นคำที่รู้สึกว่าตรงมาก กับการหลักการ ที่เป็นหัวใจหลักของ social engineer (หรือ social compliance)

"We all pre-conditioned to react in certain ways, that what's called social compliance. We look at uniforms, we don't question what that man does ..."
-- Alexis, The Real Hustle in episode 2 season 1 


http://www.bbc.co.uk/realhustle/

No comments:

Post a Comment