Pages

5/09/2011

First Experience on Ubuntu 11.04 (Review)


หลังจากที่ Ubuntu ออก version ใหม่มาชื่อว่า Ubuntu 11.04 : Natty Narwhal ในวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา
ตื่นเต้นมาก เลยโหลดมาหมดทั้งแบบ CD (โหลดก่อนที่จะปล่อยDVD) แล้วก็โหลด DVD มาอีก ทั้ง 32bit แล้วก็ 64bit
แต่ก็ล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ กว่าจะได้เริ่มมา Install ใช้กันจริงๆจังๆซักที

(ความจริงมีภาพตอนลงเครื่องอยู่ด้วย แต่เนื่องจากหา Card reader ยังไม่เจอ เลยเอาออกจากกล้องมาไม่ได้ T_T    เดี๋ยวค่อยอัพทีหลัง)

ประสบการณ์ตอนลงเครื่อง



    รู้สึกว่า Ubuntu จะทำให้การลง Linux บนเครื่องทำได้ง่ายขึ้นมากๆ  ทั้งสามารถเลือกเมนูให้คำอ่านต่างๆเป็นภาษาไทยได้แล้ว  การเลือกลง keyboard แบบภาษาไทยก็มีให้เลย  รวมถึงการตรวจเจอ OS อื่นๆที่ลงไว้บนเครื่องแล้วแบบอัตโนมัติ  และมีเมนูให้เลือกด้วยว่าจะให้ทำยังไงกับ OS ต่างๆเหล่านั้น ซึ่งค่อนข้างจะ user friendly มาก อันนี้ต้องขอชม   รวมถึงมีเมนูมาให้เลือกระหว่างการลงด้วยว่า จะเลือก install software/driver จาก 3rd-party เลยมั๊ย  ซึ่งดีมาก จะได้ไม่ต้องไปลืมเปิดระบบให้ใช้งาน 3rd-party driver หลังจากลงเสร็จแล้ว

    แต่ก็ยังคงมีเรื่องให้หัวเสียกับการลงเครื่องอยู่ดี  อย่างแรกคือ... Ubuntu ทำการติดต่อออกไปข้างนอก(ผ่านเน็ต) เพื่อไปดาวน์โหลด software อย่างอื่นเข้ามาลง  ทั้งๆที่ตอนลงเนี่ยใช้แผ่น DVD installer ซึ่งน่าจะมี software ให้ลงครบอยู่บนแผ่นอยู่แล้ว  อันนี้ไม่แน่ใจเพราะว่า Ubuntu คิดว่าแผ่นDVDนี้เป็นแค่แผ่นCD รึเปล่าที่มีsoftware ไม่ครบแล้วต้องไปโหลดจาก repository เพิ่ม  หรือว่าเป็นเพราะเลือกว่า install software จาก 3rd-party เลยต้องไปโหลดเพิ่ม (แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะว่ามันมีเยอะหลายตัวเกินไป)  เอาเป็นว่า เสียเวลารอดาวน์โหลดข้อมูลนานขึ้น จากที่ควรจะใช้แผ่นdvdแล้วเวลาจะน้อยลง

   อย่างที่สองคือ  เพิ่งจะเข้าใจว่าระบบการ install ของ Ubuntu จะใช้ระบบแบบว่า dump image เข้าไปบนเครื่องก่อน แล้วค่อย configure หรือว่า จะเพิ่มหรือลบอย่างอื่นออกมาทีหลัง  ซึ่ง process ที่นานตรงนี้ก็คือ ช่วงที่ถอดpackages ต่างๆออกมาเนี่ยแหละ  เพราะถอดออกทีนึงก็ต้องมาเสียเวลา refresh ข้อมูล package และ มาเช็ค dependency กันอีก แล้วจำนวนPackage ที่เสียเวลาถอดออกเป็นส่วนใหญ่เนี่ย  Packageภาษาต่างๆทั้งน้าน  เหมือนว่าimageจะมาแบบลงทุกภาษาไว้แล้ว แล้วพอเราเลือกแค่ English, Thai มันก็เลยต้องมาเสียเวลาถอดอย่างอื่นออก... อืดเลยทีเดียว

   อย่างที่สาม  ถ้าตอนใส่แผ่น boot แล้วเลือกว่า Install Ubuntu เลย แทนที่จะเป็น Try Ubuntu Live เนี่ย  ตอนระหว่างลง ไม่มีอะไรให้เล่นเลยนะครับ    หน้าจอ desktop โล่งๆ   menu bar ก็ไม่มีอะไรให้กดเลย  จะเลือก application อะไรมาเล่นก็ไม่ได้  ว่าจะเปิดเน็ตก็หาปุ่มกด Firefox ไม่เจอ  แถมต้องทนรอการลงอย่างยาวนานอีก (ทั้งดาวน์โหลดไฟล์จากในเน็ต ทั้งลบpackage เช็ค dependency)  เซ็งมาก
เซ็งขนาดที่ว่า ต้องกด Ctrl+Alt+F1 เข้าไปใช้ shell จากตรงนั้น  เพื่อสั่งให้Firefox ให้ขึ้นมา จะได้เล่นเน็ตได้  (สำหรับใครที่อยากทำแบบนี้ก็คือ สั่งว่า ...
DISPLAY=:0  firefox
ใส่ Display นำหน้าเพื่อบอกให้ firefox เอาหน้าจอไปออกที่หน้าจอกราฟฟิกที่กำลังลงเครื่องอยู่นะครับ จะได้เล่นได้บนหน้านั้น)

หลังจากลงเครื่องแล้ว

   และแล้วก็มาถึงเวลาที่รอคอย   หน้าจอ Ubuntu 11.04 ที่ใช้ Unity แทน Gnome ในการจัดการหน้าจอ
ผมก็เลยรีบลง RecordMyDesktop แล้วก็อัดวีดีโอเอาไว้ แล้วก็ลองฟังดูละกัน



สรุปจากวีดีโอก็คือ
  software ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก   Ubuntu เลือก banshee, libre office, shotwell มาใช้แทนตัวอื่นๆในเวอร์ชั่นเก่าๆ  แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมากสุดก็คือการใช้ Unity เข้ามาแทน Gnome

ซึ่งต้องขอบอกว่า Unity เนี่ย  เริ่มหัดใช้ครั้งแรก ค่อนข้างจะน่ารำคาญมาก
หลักๆคงเป็นที่ว่า เมนูด้านข้าง ของ Unity ที่ยืดหดเอง ของมันเอง โดยเราไม่รู้ว่ามันหดไปยังไงแล้วจะเรียกกลับคืนมาได้ยังไง ค่อนข้างจะน่ารำคาญมาก

แล้วก็การจัดระบบเมนูใหม่บนหน้า dashboard ซึ่งหลักๆคงหวังว่าให้เราใช้วิธีการเปิดเมนู dashboard ขึ้นมาแล้วก็พิมพ์เพื่อเลือก software ที่จะใช้ทำงาน มันจะง่ายมากสำหรับการใช้ในระบบนี้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องรู้ชื่อ software ที่จะใช้อยู่แล้วถึงจะพิมพ์ได้    ซึ่งอันนี้ทำให้ง่ายและเร็วด้วย   (การกดเปิด dashboard คือกดปุ่ม Windows Key นะครับ เริ่มเหมือนกับ Vista/Win7 ละ)

แต่มันก็ยังมาติดที่ว่า  ถ้าเราไม่รู้จักsoftware หรือว่าจำชื่อไม่ได้  นี่ล่ะการ browse เพื่อค้นหาปุ่มกดบน dashboard เริ่มเข้ามามีบทบาท ซึ่งอย่างแรกเลย ที่คนจะงงมากคือ... ทำไม dashboard มีแค่ 4 โปรแกรมด้านล่าง  แล้วโปรแกรมอื่นๆ หายไปไหน  แล้ว 4 โปรแกรมตรงนั้นจะ customize ยังไง  ซึ่งตรงนี้ Unity ทำได้งงมากๆ  แถมยังไม่มี tooltip ขึ้นมาให้ดูด้วยว่าทำไงต่อไป  คนมาใช้ใหม่ๆ ก็ งงงงงงงงงงง....

ตอบทีละปัญหาละกัน...


 - ทำไมมีแค่ 4 โปรแกรมด้านล่าง: เพราะ ubuntu คิดว่ามันเป็นอะไรที่ใช้บ่อยสุด ก็เลยจัดไว้แค่ 4 อย่าง

 - แล้วโปรแกรมอื่นหายไปไหน: โปรแกรมอื่นๆถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ในเมนูแถวบนของ 4 โปรแกรมนั้น ซึ่งปุ่มที่สำคัญที่สุดคือปุ่ม (+) ตรงนั้น ซึ่งจะเปิดไปสู่เมนูที่ลิสต์ทุกๆโปรแกรมที่ลงไว้ในเครื่องออกมา และยังมีการสุ่มโปรแกรมที่ยังไม่เคยลงออกมาให้ดูด้วย  ซึ่งตรงนี้นับว่าดีมากๆเพราะทำให้เรารู้จักโปรแกรมใหม่ๆด้วย  ไม่งั้นเราก็จะวนอยู่ที่โปรแกรมที่เรารู้จักอยู่แค่ไม่กี่โปรแกรม
**comment: แล้วทำไมต้องเป็นปุ่ม (+) ด้วย  ซึ่งสัญลักษณ์มันตีความหมายได้ว่าเพิ่มโปรแกรมลงใน dashboard แต่ดันทำปุ่มให้กดแล้วเปิดไปดูหน้าโปรแกรมรวม   ..  User Interface fails!

 - 4 โปรแกรมตรงนั้น  ไม่สามารถกด drag หรือกด คลิ๊กขวาได้เลย  นั่นคือไม่สามารถ customize ได้เลยโดยตรงบนหน้า dashboard   ส่วนวิธีที่จะไปcustomize ต้องไปเข้าที่โปรแกรมที่ชื่อว่า "Preferred Applications" ซึ่งจะให้เราเลือกได้ว่า จะใช้อะไรเปิดเวป เปิดเพลงบ้าง


และปัญหาสำคัญคือ แถบบาร์เมนูด้านข้างนี่  ซ่อนหดตลอดเวลา น่ารำคาญสุดๆ

วิธีการแก้ปัญหาเมนูบาร์นี้ มีสองส่วนด้วยกัน คือ

  1. เรียกโปรแกรมที่ชื่อว่า "Launcher and Menus" ซึ่งจะทำให้เลือกได้ว่า จะให้แถบตรงนี้มันเลื่อนเข้าเลื่อนออกเมื่อไหร่  ซึ่งก็ให้เลือกคือ เลื่อนเมาส์ไปที่ขอบจอทางซ้ายมือ  หรือว่า เลื่อนเมาส์ไปที่ปุ่มUbuntuด้านบนเท่านั้น  ก็เลือกตามสะดวก   ตอนแรกหลังจากเจอวิธีแก้ส่วนที่สอง ผมชอบใช้เลื่อนเมาส์ไปเฉพาะปุ่มUbuntuเท่านั้นจะดูง่ายกว่า   แต่ตอนนี้ปรับกลับไปแล้ว
  2. วิธีที่สองนี้คือ  ต้องลง package ที่ชื่อว่า compizconfig-settings-manager  วิธีลงก็

sudo apt-get install compizconfig-settings-manager
แล้วเราก็จะมีโปรแกรมที่ชื่อนี้  หรือถ้าจะพิมพ์คอมมานด์ก็จะชื่อว่า ccsm ขึ้นมา เพื่อเปิดหน้าจอปรับแต่ง compiz โดยทั่วไป

ซึ่ง ณ จุดนี้ เลยเพิ่งเข้าใจว่า unity ก็เป็นเหมือน Plugin เข้ามาเสริมของ Compiz นี่เอง ซึ่งถ้าเกิดอยากจะปรับแต่งก็ให้เข้าไปที่  ccsm แล้วไปต่อที่ Ubuntu Unity Plugin
ตรงเมนู "Hide Window" นี่แหละเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของแถบบาร์ด้านข้างของ Unity โดยค่าต่างๆมีความหมายตามนี้
  - Never  : ไม่ซ่อนเลย คือจะเปิดแถบบาร์นี้ตลอด  ก็ใช้งานสะดวกดี แต่อาจจะกินที่ไปหน่อยเวลาทำงาน
  - Autohide : คือซ่อนโดยอัตโนมัติ  ถ้าไม่ได้เอาเมาส์ไปวางคาไว้
  - Dodge Window(ค่าdefault) : คือจะซ่อนโดยอัตโนมัติ  ถ้ามีหน้าต่างซักหน้าต่างนึงไปใช้พื้นที่ตรงนั้น
  - Dodge Active Window : คือจะซ่อน ก็ต่อเมื่อหน้าต่างปัจจุบันที่เราทำงานอยู่ เข้าไปใช้พื้นที่ตรงแถบบาร์นั้น

ซึ่งผมว่า  ตั้งไว้ที่ Dodge Active Window ค่อนข้างจะใช้งานง่ายกว่า  แต่ถ้าอยากให้ใช้ง่ายแบบสุดๆ ตั้งเป็น Never เลยจะได้เมนูบาร์ที่ค้างไว้ตลอด  ใช้งานง่ายเลย

อีกเรื่องนึงที่น่าจะ customize คือ เมนูกด ซ่อน,ขยาย,ปิดหน้าต่า
ซึ่งใน ubuntu linux จะชอบเอาไว้ทางซ้าย เหมือน Mac OSX  แต่ผมไม่ชอบ  ผมชอบไว้ทางขวาเหมือน Windows มากกว่า ก็เลยต้องแก้นิดหน่อย
  คือเรียกใช้งานโปรแกรมที่ชื่อ  gconf-editor ขึ้นมา  แล้วเข้าไปที่ Apps--> metacity --> general
แล้วปรับค่า button_layout จากเดิมที่  เป็น "close,minimize,maximize:"  (ไม่มีเครื่องหมาย "")
ให้เป็น "menu:minimize,maximize,close" (ไม่มีเครื่องหมาย "")
โดยตรงนี้หมายความว่า ให้ขอบจอด้านซ้ายบนแสดงปุ่มเมนูรวม  และ ขอบจอขวาบนแสดงปุ่ม minimize,maximize,close ตามลำดับ


ตอนนี้ก็ทำให้หน้าต่างอื่นๆมีเมนูแบบนี้ได้แล้ว
แต่มีปัญหาอย่างเดียวคือพอเวลาขยายหน้าต่างเต็มหน้าจอแล้ว ปุ่มปิดขยายนี่ จะย้ายกลับไปอยู่ซ้ายมือเหมือนเดิม ตามระบบของ Unity อันนี้ยังไม่รู้จะปรับยังไง  ใครพอรู้ช่วยบอกด้วย



ลงเครื่องเสร็จแล้ว  มีอะไรน่าลงเพิ่มบ้าง


การเปิดให้ใช้Numlock ตั้งแต่ตอนเริ่มใช้งาน
   Ubuntu ทุกรุ่นก็ชอบที่จะตั้งว่าเปิดเครื่องมาให้มีค่าNumlock เป็น off  (ถึงแม้BIOSจะตั้งไว้เป็น On แล้วก็ตาม)  ซึ่งมันอาจจะไม่มีปัญหาสำหรับใครบางคน   แต่มีปัญหามากสำหรับผมเวลาที่จะเปิดเครื่องขึ้นมาแล้วพิมพ์รหัสผ่าน ซึ่งมีตัวเลขอยู่ในนั้น   กว่าจะรู้ตัวว่าค่าnumlock มัน off อยู่ ก็กลายเป็นว่าเสียเวลาพิมพ์ Password สองสามรอบทุกที
วิธีการแก้คือ ลงโปรแกรมที่ชื่อว่า  numlockx โดย
sudo apt-get install numlockx
ตรงนี้ก็จะช่วยให้ Numlock ขึ้นเป็น on ทุกๆครั้งที่เปิดเครื่องแล้ว

ลง Medibuntu เพื่อเพิ่ม ระบบ codec ทั้งวีดีโอและออดิโอ
โดยทั่วไปแล้ว ubuntu จะมีให้ใช้แค่ระบบ encode/decode แบบพื้นๆเท่านั้น
ระบบ codec อย่างอื่นเช่น divx, xvid และอื่นๆ จะถูกแยกออกมาไว้ต่างหาก เอาไว้ใน Medibuntu Repository ซึ่งเราต้องไปเปิดใช้งานระบบนี้  โดยการสั่ง
sudo wget --output-document=/etc/apt/sources.list.d/medibuntu.list http://www.medibuntu.org/sources.list.d/$(lsb_release -cs).list && sudo apt-get --quiet update && sudo apt-get --yes --quiet --allow-unauthenticated install medibuntu-keyring && sudo apt-get --quiet update

และสั่งลงcodec พิเศษต่างๆโดยคำสั่งแบบนี้

sudo apt-get install libxvidcore4 libavcodec-unstripped-52 app-install-data-medibuntu apport-hooks-medibuntu w64codecs non-free-codecs


libxvidcore4 คือ สำหรับ Xvid
libavcodec-unstripped-52 นี่คือทั่วๆไป เช่น Divx, Mpeg4, AC3 ,...
non-free-codecs นี่ก็อะไรมากมาย รวมถึง TTF font ด้วย
อันอื่นก็ลองอ่านดูเองละกันนะ :D

VLC เอามาเปิดหนัง
ปกติ Ubuntu มากับ Mplayer ซึ่งเสียง่าย และเปิดไฟล์ที่ไม่สมบูรณ์ลำบาก
ลง vlc ดีกว่า

Chrome (หรือ opensource version ชื่อ Chromium)
แต่ใน package ชื่อ chromium-browser
ดังนั้นเลยต้อง sudo apt-get install chromium-browser
และวิธีตั้งให้เป็น default browser ก็... บอกไปแล้วในขั้นตอนปรับแต่ง unity ข้างบน

ระบบ chat/social tools
  Ubuntu มาพร้อมกับ Empathy (โปรแกรมแชตในหลายๆprotocol(facebook chat/gtalk/...)) และ Gwibber (โปรแกรมรับfeedและกระจายข้อมูลข่าวสาร (twitter/facebook home))
  ก็เหลือ Skype ยังไม่มี อันนี้ก็ต้องลงเพิ่ม   และ MSN ที่คิดว่าใช้โปรแกรมชื่อ emesene มันเวิร์คดีกว่า Empathy

Flash Player
   Ubuntu ให้มาเลยกับ flashplugin-installer แทบจะไม่ต้องลงเพิ่ม
แต่พอดีไปเห็นว่ามี Package ชื่อ flashplugin-nonfree  เลยแบบว่า เห็น non-free ไม่ได้ลงไว้ก่อน
(ทั้งๆที่ยังไม่รู้ความแตกต่างล่ะนะ)

Adobe Acrobat Reader
  โดยปกติ ubuntu จะใช้ของฟรีที่ชื่อ Document Reader (evince) แต่ไม่ค่อยชอบของไม่originalเท่าไหร่
เลยของลง Acrobat Reader (acroread) จาก Adobe เลยละกัน ชื่ิอ Package ว่า acroread
และเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่ที่ 9.4.2  (ทั้งๆที่บนwindowsนั่น 10กว่าแล้ว)

สรุป
   โดยรวมแล้ว Ubuntu 11.04 Natty Narwhal ก็ค่อนข้างจะไม่แตกต่างอะไรมากกับ version ก่อนนี้ ยกเว้นแต่ระบบ unity ที่เอาเข้ามาแทน gnome  ที่ทำให้อะไรๆเปลี่ยนไปมาก  และเนื่องจาก Unity ยังมี bug และความลำบากในการใช้อยู่มาก  เลยต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจอยู่หน่อย   ถึงตอนแรกจะรู้สึกตลกๆกับระบบนี้   แต่ตอนนี้หลังจากเล่นมาซักพักนึงแล้ว  เริ่มจะปรับตัวให้ชินกับระบบนี้ได้แล้วเหมือนกัน  แล้วก็ทำให้รู้สึกว่า การเปลี่ยนแปลงของ Unity นี่ก็ให้ได้พื้นที่หน้าจอเพิ่มมาเยอะมาก (ถ้าเทียบกับระบบเดิม) และเมนูที่ทำให้เรียกใช้งานโปรแกรมได้ง่ายขึ้นมาก  (ยกเว้นการสั่งเป็นcommandline ซึ่งไม่สามารถสั่งได้จากหน้า dashboard โดยตรง)   และการที่ผนวกการทำAero Snap ของ windows 7 เข้ามาเลย นี่ก็เป็นอย่างนึงที่ชอบเหมือนกัน   เพราะปกติต้องไปแต่งเอาเองเหนื่อยเหมือนกัน   สรุปแล้ว ก็โอเคเลยนะ ชอบอยู่ อาจจะต้องให้เวลากับมันอีกหน่อยอาจจะชินขึ้นและจะสนุกกับมันมากขึ้น

อ้างอิง
 - Install Medibuntu : http://www.unixmen.com/linux-tutorials/linux-distributions/linux-distributions4-ubuntu/1656-how-to-add-medibuntu-repository-in-ubuntu-via-terminal-and-gui
 - set chromium as default web browser: http://www.ubuntuka.com/make-google-chrome-default-browser-in-ubuntu/
 - top-things todo after install : http://www.unixmen.com/linux-tutorials/linux-distributions/linux-distributions4-ubuntu/1540-top-things-to-do-after-installing-ubuntu-1104-natty-narwhal

เพิ่มเติม:
  - Keyboard Shortcut ต่างๆที่น่าสนใจ
     ALT + F1 : เรียก menu bar ด้านข้างซ้ายออกมา
     ALT + F2: สั่ง run command  (เปลี่ยนไปmapเข้ากับ Win Key + r ได้ โดยผ่านโปรแกรมชื่อ Keyboard Shortcut)
     Win Key : เรียก dashboard ออกมา (แน่นอนว่า menu bar ออกมาด้วย) แล้วเวลาพิมพ์คำเข้าไปจะเป็นการค้นหา โปรแกรมนั้นๆ ขึ้นมาเลย
     Win Key(ค้าง) + [1-9] : เป็นการเลือกเมนูที่อยู่บน menu bar ออกมาเลยตามลำดับ 1 - 9
     Win Key + s : windows switcher
     Win Key + a : applications
     Win Key + f : find files/folders
     Win Key + d : ย่อทุกโปรแกรมที่เปิดอยู่  เพื่อให้เห็นหน้าจอ Desktop

No comments:

Post a Comment