Pages

7/26/2011

กลโกง Call Center

หลังจากดูคลิปวีดีโอของทางรายการ "ระวังภัย 24 ชม." ของทางสถานี NationChannel
อันนี้  http://www.nationchannel.com/main/programs/crimewatch24/20110713/2778063/แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ระบาด/

ก็เลยคิดว่าลองมาสรุป + เพิ่มความคิดเห็นส่วนตัว แล้วเขียนออกมาลง blog ไว้ดีกว่า เพื่อเตือนภัยให้กับคนอื่นๆได้รู้กันด้วย

ก่อนอื่นเลย  น่าจะเคยได้ยินกันอยู่แล้วว่ามีแก๊งค์คอลเซนเตอร์อยู่และมันทำงานกันยังไง
แต่ถ้าไม่รู้ก็จะสรุปให้คร่าวๆว่า....
  พวกนี้เป็นนักต้มตุ๋น ที่จะโทรมาหลอกให้คนทั่วไปที่เป็นเหยื่อ หลงเชื่อว่าเขาโทรมาจากธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ และหลอกให้เหยื่อไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อกดเงิน,โอนเงิน ให้กับแก๊งค์พวกนี้  โดยที่เหยื่อไม่รู้ตัวเลยว่าได้เสียเงินก้อนใหญ่ให้กับแก๊งค์พวกนี้ไปแล้ว

หลักใหญ่ ที่ทำให้วิธีการของแก๊งค์ call center พวกนี้ได้ผล คือ พวกนี้จะใช้วิธีเล่นกับอารมณ์พื้นฐานของเหยื่ออยู่สองอารมณ์ คือ

   "อารมณ์ตกใจตื่นตระหนก"   และ  "อารมณ์โลภ"

โดยเนื้อหาที่จะใช้ในบทสนทนา  ก็จะเป็นเรื่องอุปโลกค์ขึ้น เพื่อให้ส่งผลโดยตรงกับอารมณ์เหล่านี้ เช่น
  - ขู่ว่าธนาคารจะทวงหนี้บัตรเครดิต (ตกใจ)
  - ขู่ว่าปปง.จะจัดการกับท่าน (ตกใจ)
  - หรือว่า แบงค์ชาติกำลังตรวจสอบบัญชีท่าน (ตกใจ)
  - หรือ สรรพากร จะคืนเงินค่าภาษีให้กับท่าน (โลภ)

โดยหลังจากการปั้นเรื่องหลอกเหยื่อจนตายใจแล้ว  ในที่สุดก็จะหลอกให้เหยื่อไปที่ตู้ ATM เพื่อดำเนินการขั้นต่อไป  ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการหลอกโอนเงินให้กับนักต้มตุ๋นพวกนี้นั่นเอง

เทคนิคในการหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้ของพวกแก๊งประเภทนี้  ก็คือ จะอาศัยความไม่รู้ภาษาอังกฤษของเหยื่อ  โดยการหลอกให้เหยื่อกดเมนูเป็นภาษาอังกฤษ  และพอกลายเป็นคำศัพท์ที่ยาก อ่านไม่รู้เรื่องแล้ว มันก็จะง่ายต่อการที่แก๊ง call center เหล่านี้ จะพูดหลอกล่อให้กดปุ่มอะไรก็บนตู้เอทีเอ็ม  โดยเฉพาะตอนหลอกให้กดตัวเลข อาจจะบอกว่า "จะโอนเงินคืนให้คุณสามหมื่น" เหยื่อก็จะกดตัวเลขสามหมื่นได้โดยไม่เฉลียวใจเลยว่า ตัวเลขที่กดไปนั้น แทนที่จะเป็นเงินเข้าบัญชี แต่กลับจะเป็นเงินที่จะถูกโอนออกไปให้แก๊งค์มิจฉาชีพต่างหาก

ดังนั้นคนที่โดนหลอก จะหมดเงินเป็น หมื่นๆ เป็น แสนๆ  ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

แต่ยังไม่เท่านั้น...  ถ้าเกิดการต้มตุ๋นนี้  ถูกควบรวมเข้ากับการใช้อุปกรณ์ทางอิเล็คทรอนิกส์ ที่เป็นตัวอ่านแถบแม่เหล็กบนบัตรได้ (หรือ เรียกว่า Skimmer)
ตัวอ่านบัตรพวกนี้จะถูกซ้อนเข้าไปอย่างแนบเนียนกับช่องเสียบบัตรปกติของตู้ATM  เพื่อให้เหยื่อไม่สงสัย  และบางตัวยังติดกล้องเอาไว้เพื่อบันทึกภาพเวลาที่เหยื่อกดรหัสATM อีกด้วย

กรณีที่เลวร้ายที่สุดก็คือถ้าทั้งสองอย่างนี้มารวมกัน  คือ  ถ้านักต้มตุ๋นหลอกเหยื่อจนตายใจแล้ว  และหลอกให้ต้องมากดATM กับตู้ที่ติดตัว skimmer นี้ไว้   ต่อให้จะหลอกโอนตรงๆ  หรือหลอกไม่สำเร็จก็ตาม  นักต้มตุ๋นพวกนี้ ก็จะได้รหัสบัตรATM(ที่ถูกบันทึกไว้ด้วยกล้อง) และ ได้ข้อมูลในแถบแม่เหล็กของบัตร(จากตัว skimmer) เพื่อที่จะเอาไปปลอมแปลงบัตร  และไปใช้กดเงินเองจากที่อื่นๆด้วยตัวเองได้ด้วย

คำแนะนำเพื่อป้องกันตัวเอง จากกลโกงประเภทนี้คือ

  1. รู้ก่อนว่า  "ธนาคารหรือสถาบันการเงิน ไม่มีนโยบายในการใช้โทรศัพท์ไปทวงหนี้"
  2. เมื่อมีคนโทรมาอ้างว่ามาจากสถาบันการเงิน   อย่าโทรกลับเบอร์นั้น  ให้ไปติดต่อโดยตรงกับสาขาที่ใกล้หรือสะดวกที่สุด  หรือหาเบอร์โทรเพื่อติดต่อสถาบันการเงินนั้นเอง
  3. เวลากดรหัสบัตรเอทีเอ็มที่ตู้  ควรจะต้องใช้มือป้องเวลากดรหัสเสมอ
  4. สังเกตตู้เอทีเอ็มที่จะใช้บริการ ไม่ควรมีร่องรอยงัดแงะ หรือผิดสังเกตในบริเวณช่องใส่บัตร
  5. จัดเก็บบัตรให้ดีๆ  พยายามแยกบัตรกับรหัสไว้คนละที่(ถ้าจำรหัสไว้ได้เลยยิ่งดี)  เพื่อเวลาถ้าโดนล้วงกระเป๋าจะได้ปลอดภัย
  6. เมื่อรู้ว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อ  ให้โทรแจ้งตำรวจ หรือ สำนักงานเหล่านี้
    1. แจ้งร้องทุกข์กับสำนักงานตำรวจฯ โทร. 1155
    2. แจ้งศูนย์การเงินนอกระบบ กระทรวงการคลัง  โทร. 1359
    3. แจ้งสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค  โทร. 1166
ความรู้พวกนี้ ควรรู้ไว้เพื่อป้องกันตนเองและคนรู้จัก เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้นะครับ

No comments:

Post a Comment