Pages

7/27/2011

กลโกง Melon Drop

กลโกง Melon Drop นี้มีที่มาจากญี่ปุ่น  โดยเริ่มต้นจากการที่ นักต้มตุ๋น ถือลูกแตงโมอยู่ในมือ และทำให้เหมือนเหยื่อมาชนโดยอุบัติเหตุ  แล้วแตงโมที่อยู่ในมือก็หลุดมือ ตก แตก   หลังจากนั้นนักต้มตุ๋นคนนั้นต้องพูดให้เหยื่อเชื่อว่าเป็นความผิดของเหยื่อและทำให้เหยื่อจ่ายเงินค่าเสียหาย(แตงโมที่แตกไปแล้ว) ให้ได้   โดยบางครั้งถ้าพูดโน้มน้าวดีๆ  แตงโมลูกนึงอาจจะมีมูลค่าสูงถึง 40 ปอนด์(~ 2,000 บาท) ได้

ภาพต่อไปนี้ได้มาจาก The Real Hustle: ปีที่ 8 ตอนที่ 2  โดยในยุคนี้ การที่ใครจะมาถือแตงโมมูลค่าสูงๆเดินไปเดินมามันคงแทบหาไม่ได้ ...   แต่ถ้าเกิดว่าเป็นแจกันแก้วมูลค่าสูงๆ ใส่กล่อง ห่อกระดาษอย่างดี และเดินไปเดินมาในย่านที่มีห้างสรรพสินค้าที่ขายของแพงๆอยู่  เรื่องนี้ก็ค่อยน่าเชื่อถือมากขึ้นหน่อย

ปัจจัยที่ทำให้กลโกงนี้ประสบผลสำเร็จ

  1. วิธีนี้อาศัย "ความมีจิตใจดี" ของคน คนเราพร้อมที่จะแสดงความสงสารต่อผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยากอยู่แล้ว  ยิ่งการตกทุกข์ได้ยากนั่นมาจากฝีมือตัวเอง ยิ่งพร้อมที่จะแสดงออกเพื่อรับผิดชอบสิ่งที่กระทำ
  2. การเลือกสถานที่ในการที่จะต้มตุ๋นคน  เลือกสถานที่ที่มีร้านค้าขายของแพงๆอยู่เยอะๆ  จะทำให้เหยื่อเชื่อได้ว่าสินค้าที่อยู่ในกล่องมีมูลค่าสูง  และยังมีอีกเหตุผลนึงด้วยคือ  เหยื่อซึ่งเป็นคนที่เดินอยู่ย่านของแพงนี้ จะย่อมมีเงินในกระเป๋าสูงด้วย  พร้อมที่จะจ่ายให้แสดงความรับผิดชอบ
  3. การพูดสร้างเรื่องให้ฟังดูน่าสงสารยิ่งขึ้น  ถ้าอ้างว่าจะซื้อแจกันนี้ไปให้ญาติผู้ใหญ่  เจ้านาย ทำให้รู้สึกว่าของชิ้นนี้มีมูลค่าสูงจริงๆ   บวกกับการต่อท้ายเรื่องด้วยเงื่อนไขเวลาที่ว่า  จำเป็นต้องเอาไปให้เย็นนี้หรือพรุ่งนี้เช้า  แล้วไม่มีเวลาจะไปหาซื้ออีกแล้ว  จะทำให้เหยื่อรู้สึกว่า ตัวเองเป็นฝ่ายผิดมากขึ้น
  4. จิตใจที่ไม่ไหวเอน  ต้องมีความมั่นใจว่าเหยื่อเป็นฝ่ายผิดเต็มๆ หรืออย่างน้อยก็ผิดคนละครึ่ง  และต้องกล้าพูดกล้าเถียงเพื่อให้อีกฝ่ายจ่ายค่าชดใช้ให้ได้  ถึงแม้เหยื่อจะเดินหนี ก็จะต้องเดินไล่ตามให้ได้ ถึงไหนถึงกัน
ภาพเหตุการณ์คร่าวๆในกลโกงนี้

เริ่มต้นจากนักต้มตุ๋นยืนถือกล่องที่อ้างว่าเป็นแจกันแก้ว(แต่ความจริงมีแค่เศษกระจกแตกเยอะๆข้างใน)  ยืนอยู่ในย่านที่มีคนพลุกพล่านและมีร้านขายของราคาแพงอยู่มาก  และทำท่าทางไม่ได้สนใจเหยื่อ(ชายเสื้อดำ) ที่เดินผ่านมา

เมื่อสบจังหวะ ก็จะใช้วิธีหมุนตัวเพื่อให้ชนกับเหยื่อ(ชายเสื้อดำ) จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับกล่องของขวัญที่เธอถือมา  ร่วงตกไปสู่พื้น  พร้อมทั้งเสียงแก้วแตกแหลกละเอียดอยู่ภายในกล่อง

นักต้มตุ๋น(หญิง)จะทำตัวน่าสงสาร  และนำเรื่องที่ปั้นเอาไว้มาพูดเพื่อให้ตัวเองดูน่าสงสารยิ่งขึ้น นอกจากเหยื่อจะรู้สึกสงสารเธอแล้ว  ยังรู้สึกผิดที่ตัวเองชน และทำข้าวของคนอื่นเสียหายด้วย  และยังเพิ่มด้วยแรงกดดันจากผู้คนรอบข้างที่เห็นเหตุการณ์เข้าไปอีก  เหยื่อจะต้องยื่นมือช่วยเหลือแน่นอน

เป็นไปตามคาด  เหยื่อจะเริ่มถามราคาของที่เสียหายไป  นี่เป็นสัญญาณที่ดีที่จะรู้ว่าเหยื่อจะช่วยรับผิดชอบในสิ่งที่เสียหายไปนี้

โดย ณ จุดนี้ ถ้านักต้มตุ๋นบอกราคาที่ค่อนข้างแพงเกินไป เหยื่ออาจจะเปลี่ยนใจไม่ยอมช่วยจ่ายให้ก็ได้  ดังนั้นเธอจะมีวิธีในการโน้มน้าวให้เหยื่อจ่ายเงินอยู่ได้ 2 ทางคือ
  1. ต่อรองกันกับเหยื่อ  อาจจะยอมรับผิดคนละครึ่ง แล้วให้เหยื่อจ่ายเงินแค่ครึ่งเดียว หรือเท่าที่เหยื่อมีอยู่ในกระเป๋าตังค์ก็ได้   ยังไงนักต้มตุ๋นก็คุ้มอยู่แล้วเพราะราคาเศษแก้วแตกๆมันไม่ได้มีราคาอะไรเลย
  2. ใช้วิธีขอยืมเงิน  โดยจะอ้างว่าจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง แต่เนื่องจากตัวเองไม่มีเงินติดตัวเลย เพราะเพิ่งซื้อของชิ้นนี้ไปหมด  ก็จะขอยืมเงินเหยื่อเพื่อมาซื้อของชิ้นนี้ โดยสัญญาว่าจะคืนให้ในภายหลัง  พร้อมทั้งอาจจะจดชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ ของเหยื่อไว้ด้วย เพื่อให้ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น
สุดท้ายเธอก็ใช้วิธีบอกว่าจะคืนเงินให้ทีหลัง  พร้อมทั้งจดชื่อและเบอร์โทรลงในมือถือด้วย  และสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะคืนให้  .... ซึ่ง แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่มีการคืนเงินเกิดขึ้นแน่นอน

หลังจากที่เหยื่อเดินจากไปแล้ว  นักต้มตุ๋นก็ยังสามารถใช้กล่องใบนี้หลอกเอาเงินคนอื่นๆต่อไปได้อีกต่างหาก

วิธีป้องกันตัวเพื่อไม่ให้ถูกหลอกในกลโกงนี้
  1. .....................คิดไม่ออกเลยเหมือนกัน..................  เพราะ..
    1. คนชนก็เราเอง
    2. คนเห็นเหตุการณ์ก็มากมาย
    3. ของก็แตกจริงๆ  ถึงแม้ไม่เปิดกล่องออกดูก็รู้ว่ามันแตกแน่ๆ
    4. จะเช็คว่าของมันแตกอยู่แล้วก่อนชน  ก็เช็คไม่ได้
    5. ด้วยเนื้อความน่าสงสาร  ไม่มีทางเลยที่จะหนีความรับผิดชอบตัวเองไปได้
  2. ที่น่าจะทำได้ก็คือ  ดูว่าราคากับของมันสมเหตุสมผลมั๊ย   ควรจะจ่ายเท่าที่มันสมเหตุสมผล
  3. ถ้าทำได้อย่าจ่ายเป็นเงินสด ก็ควรจะไปที่ร้านที่เขาซื้อของชิ้นนั้นมา ดูราคาว่ามันใช่ที่เขาว่ามั๊ยและจ่ายเงินให้เพื่อซื้อสินค้านั้นทดแทน
    1. ตรงนี้จะสามารถใช้เจ้าของร้านเป็นพยานได้ด้วยว่า คนๆนั้นเคยมาซื้อของที่ร้านนี้จริง และของที่ซื้อไปไม่ใช่แตกอยู่แล้ว
    2. แต่.... ใครจะไปเสียเวลาที่จะทำแบบนั้น...  ทำให้กลโกงนี้ยิ่งป้องกันตัวยากไปใหญ่

No comments:

Post a Comment